หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร?

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร?

สังเกตอาการได้อย่างไร ก่อนจะลุกลามจนรบกวนการใช้ชีวิต

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc / Slipped Disc) เป็นภาวะที่เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือปลิ้นออกมาไปกดทับเส้นประสาทข้างเคียง ส่งผลให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงในบางส่วนของร่างกาย เช่น แขนหรือขา


หมอนรองกระดูกคืออะไร?

ในร่างกายของเรา กระดูกสันหลังประกอบด้วยกระดูกชิ้นเล็ก ๆ เรียงต่อกัน โดยมี “หมอนรองกระดูก” คั่นระหว่างแต่ละชิ้น
หมอนรองกระดูกมีหน้าที่:

  • รองรับแรงกระแทก

  • ช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น

เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม เคลื่อน หรือแตก ทำให้ส่วนเนื้อเยื่อภายในปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท จึงเรียกว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”


ตำแหน่งที่พบบ่อย

  • บริเวณเอว (Lumbar): พบมากที่สุด เช่น L4-L5, L5-S1

  • บริเวณคอ (Cervical): พบรองลงมา เช่น C5-C6

  • บริเวณกลางหลัง (Thoracic): พบน้อย


สาเหตุของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

  • การเสื่อมตามอายุ

  • ยกของหนักผิดท่า

  • นั่งหลังงอหรือนั่งนานเกินไป

  • อุบัติเหตุหรือกระแทกแรง

  • น้ำหนักตัวมากเกินไป


สังเกตอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้อย่างไร?

อาการหลัก:
  • ปวดร้าว จากต้นคอหรือหลังล่าง ร้าวลงแขนหรือขา

  • ชาหรือเสียว บริเวณแขน มือ ขา หรือปลายเท้า

  • อ่อนแรงของกล้ามเนื้อ เช่น จับของไม่ถนัด เดินขาลาก

  • ปวดมากขึ้น เมื่อไอ จาม หรือเปลี่ยนท่าเร็ว

  • ในบางรายอาจมีอาการควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ (ต้องพบแพทย์ทันที)


วิธีวินิจฉัย

  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • เอกซเรย์ (X-ray)

  • MRI (แสดงภาพหมอนรองกระดูกอย่างชัดเจน)

  • การตรวจเส้นประสาท (EMG)


แนวทางการรักษา

ไม่ผ่าตัด (80–90% ของผู้ป่วย)

  • รับประทานยาแก้ปวด/คลายกล้ามเนื้อ

  • กายภาพบำบัด

  • ปรับพฤติกรรมการนั่ง–เดิน

  • ฉีดยาเฉพาะจุดในบางราย

ผ่าตัด (กรณีอาการรุนแรง)

  • ผ่าตัดเปิดเล็ก (Microdiscectomy)

  • ผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic Discectomy)


การป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

  • ยกของหนักให้ถูกท่า (งอเข่า ไม่งอหลัง)

  • นั่งตัวตรง หลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิมนาน ๆ

  • ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังและแกนกลาง

  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์


สรุป

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอาจดูไม่รุนแรงในระยะแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว
หากมีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาให้ตรงจุด

“ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีโอกาสฟื้นตัว และหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้มากขึ้น”

ติดต่อคุณหมอ : www.doctoraun.com