ปวดหลัง ปวดกระดูกแบบนี้ เป็นข้อเสื่อมหรือกระดูกพรุนกันแน่?

อาการปวดหลัง ปวดข้อ หรือปวดกระดูก เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ในหลายช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หลายคนอาจสงสัยว่าอาการเหล่านี้เกิดจาก โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) หรือ โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) กันแน่?

แม้ทั้งสองโรคจะเกี่ยวข้องกับระบบกระดูกและข้อเหมือนกัน แต่มีสาเหตุ ลักษณะอาการ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจจึงช่วยให้สังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจได้อย่างเหมาะสม

โรคข้อเสื่อมคืออะไร?

โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนผิวข้อ รวมถึงโครงสร้างอื่น ๆ ภายในข้อ ทำให้เกิดอาการปวดและข้อเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก

โรคข้อเสื่อมมักพบในบริเวณที่มีการใช้งานหรือรับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อต่อกระดูกสันหลัง

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดข้อเมื่อเคลื่อนไหวหรือใช้งาน

  • ข้อฝืดหลังตื่นนอนหรือพักเป็นเวลานาน

  • มีเสียงดังในข้อขณะเคลื่อนไหว

  • ข้อบวมหรือเคลื่อนไหวได้ลดลงในบางราย

โรคกระดูกพรุนคืออะไร?

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นภาวะที่ความแข็งแรงของกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะและเสี่ยงต่อการหักได้ง่ายขึ้น แม้ได้รับแรงกระแทกไม่รุนแรง

โรคนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน

อาการและสัญญาณที่ควรสังเกต

  • ระยะแรกมักไม่มีอาการผิดปกติ

  • กระดูกหักได้ง่ายจากการหกล้มหรือแรงกระแทกเล็กน้อย

  • ปวดหลังเฉียบพลันหากมีกระดูกสันหลังยุบหรือหัก

  • ส่วนสูงลดลงหรือหลังค่อมจากกระดูกสันหลังยุบ

สิ่งสำคัญคือ โรคกระดูกพรุนไม่ได้ทำให้เกิดอาการปวดกระดูกเสมอไป ผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะกระดูกพรุนจนเกิดกระดูกหัก

ข้อเสื่อมกับกระดูกพรุน แตกต่างกันอย่างไร?

ข้อเปรียบเทียบโรคข้อเสื่อมโรคกระดูกพรุน
บริเวณที่ได้รับผลกระทบข้อต่อและกระดูกอ่อนผิวข้อโครงสร้างและความแข็งแรงของกระดูก
อาการเด่นปวดข้อ ข้อฝืด เคลื่อนไหวลำบากมักไม่มีอาการจนเกิดกระดูกหัก
ปัจจัยเสี่ยงอายุ น้ำหนักตัว การบาดเจ็บและการใช้งานข้ออายุ ฮอร์โมน พันธุกรรม และปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ
การตรวจวินิจฉัยตรวจร่างกายและเอกซเรย์ตามความจำเป็นประเมินความเสี่ยงและตรวจความหนาแน่นมวลกระดูกตามข้อบ่งชี้

ปวดหลังหรือปวดข้อ ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

หากมีอาการปวดข้อหรือปวดหลังต่อเนื่องจนรบกวนการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดข้อเรื้อรังหรือเคลื่อนไหวลำบาก

  • ปวดหลังมากขึ้นหรือมีอาการปวดหลังเฉียบพลัน

  • ส่วนสูงลดลงหรือมีลักษณะหลังค่อม

  • เคยกระดูกหักจากการหกล้มหรืออุบัติเหตุเล็กน้อย

หากปวดหลังร่วมกับขาอ่อนแรง ชาบริเวณก้นหรืออวัยวะเพศ หรือควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ ควรไปโรงพยาบาลทันที

ดูแลสุขภาพกระดูกและข้ออย่างไร?

การดูแลสุขภาพกระดูกและข้อสามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  1. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก

  2. ควบคุมน้ำหนักตัว เพื่อลดภาระที่ข้อต่อ โดยเฉพาะข้อเข่า

  3. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพกระดูก

  4. ป้องกันการหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

  5. ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง และปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

สรุป

โรคข้อเสื่อมและโรคกระดูกพรุนเป็นคนละโรคกัน โดยโรคข้อเสื่อมมักมีอาการปวดและฝืดบริเวณข้อต่อ ส่วนโรคกระดูกพรุนมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก

หากมีอาการปวดข้อ ปวดหลัง หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ไม่ควรสรุปโรคจากอาการด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

เรื่องเข่าเรื่องข้อ นึกถึงหมออัน

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ สามารถติดต่อสอบถามหรือนัดหมายเข้ารับการตรวจได้

โรงพยาบาลที่สามารถเลือกเข้ารับการผ่าตัดได้

  • โรงพยาบาลหาดใหญ่

  • โรงพยาบาลกรุงเทพ

  • โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี

ช่องทางติดต่อ

📞 โทรศัพท์: 084-2492020

Line ID: @Doctoraun

สอบถามเพิ่มเติมผ่าน Inbox

📍 ที่ตั้งคลินิก: https://maps.app.goo.gl/BFDPXZ3dzZdHdHCy8?g_st=ic

มีปัญหาข้อเสื่อม ติดต่อเรา

www.doctoraun.com